ในวันที่อุณหภูมิพรมแดนไทย-กัมพูชาเริ่มร้อนระอุ ทั้งเพราะข่าวการสั่งเสริมกำลังและการแถลงการณ์แข็งกร้าวของทั้งสองรัฐบาล นักท่องเที่ยวหลายคนพากันเลี่ยงด่าน ออกห่างจากโซนเสี่ยง ยกเว้นเอก
เอกเดินทางเข้าเสียมราฐเพราะโปรเจกต์ถ่ายภาพสารคดีเกี่ยวกับตลาดท้องถิ่น เขาเป็นช่างภาพอิสระที่ชอบเดินทางตามลำพัง และไม่เชื่อว่าความตึงเครียดระดับรัฐจะกระทบคนธรรมดาอย่างเขา
ในวันแรกของการเดินสำรวจตลาด เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งนั่งขายผ้าทอหน้าร้านเล็ก ๆ ดวงตาเธอคมลึก ใบหน้าเรียว ผิวสีแทนเรียบเนียน เธอสวมผ้าขาวม้าคาดอกแต่ไม่ได้แต่งหน้าสักนิด และนั่นยิ่งทำให้เอกมองไม่ละสายตา
“คุณชื่ออะไร” เอกถามภาษาอังกฤษเบา ๆ
หญิงสาวยิ้มบาง ก่อนตอบกลับด้วยเสียงหวานปนสำเนียง
“ชื่อ โสภา ค่ะ”
ชื่อของเธอทำให้เขาจดจำได้ทันที และในคืนนั้นเอง เขาแวะกลับไปที่ร้านอีกครั้งหลังตลาดวาย
โสภาชวนเขานั่งดื่มเบียร์ข้างร้าน ไฟดวงเล็ก ๆ ห้อยบนไม้ไผ่ส่องให้เห็นแววตาเธอชัดขึ้นในความมืด
“พวกเรา อาจไม่ได้เป็นเพื่อนกันได้ง่าย ๆ ตอนนี้นะคะ” โสภาพูดเสียงเบา
“คุณหมายถึง ” เอกเริ่มถาม
“คนของฉัน กับคนของคุณ ไม่ถูกกันเลยตอนนี้”
แต่ก่อนที่บทสนทนาจะไปไกลกว่านั้น เธอลุกขึ้น เดินเข้าด้านหลังร้านแล้วหันมา
“มาไหมคะ หรือจะกลัว”
เอกลุกขึ้นตามโดยไม่คิดอะไร
ในห้องเก็บผ้าหลังร้าน แสงไฟสลัว โสภาคลายผ้าขาวม้าออกช้า ๆ เผยให้เห็นเรือนร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผืนผ้าบาง ๆ
เธอเดินเข้ามาใกล้ ประกบริมฝีปากลงที่ของเอกโดยไม่เอ่ยคำ
มือของโสภาเย็นแต่แผ่วเบา ลูบผ่านอกของเขาช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนลงด้านล่าง ขณะที่เอกก็ถอดเสื้อออก โอบรัดเธอแน่นขึ้น
เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังขึ้นในห้องแคบ ๆ ร่างของโสภาเบียดแน่นกับตัวเอกทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนไหว ผ้าทอหลุดออกจากร่างบาง เผยให้เห็นหน้าอกเต่งตึงและเอวเล็กจนน่าตกใจ
โสภาครางชื่อเขาเบา ๆ ในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ร่างจะกระตุกแน่น รัดแนบจนหลอมกันเป็นหนึ่งเดียว
แต่ก่อนที่อารมณ์จะคลี่คลาย เธอกลับเอื้อมไปหยิบผ้าคลุมไหล่อย่างเร็ว แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
“เอก ฟังฉันนะ นายต้องออกจากที่นี่คืนนี้”
“หมายความว่าไง” เขายังหอบหายใจอยู่
โสภาหันมาจับหน้าเขาแน่น
“ฉันไม่ได้ตั้งใจหลอกนาย แต่ฉันคือหลานสาวของนายทหารระดับสูงฝ่ายชายแดน และตอนนี้ มีคำสั่งให้จับนักข่าวต่างชาติทุกคนที่อยู่ในเขตตลาดตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า”
เอกเบิกตากว้าง
“แล้วทำไมเธอ ”
“เพราะฉันไม่คิดว่านายจะเป็นคนแบบนั้น และฉัน รู้สึกจริง”
เสียงวอจากหน้าร้านเริ่มดังขึ้น โสภารีบดันเอกออกทางประตูหลังร้าน
“ข้ามไปฝั่งไทยทางลำธารที่นายถ่ายไว้เมื่อเช้า ใช้ทางนั้น หน่วยลาดตระเวนยังไม่รู้”
เอกยังลังเล แต่เธอผลักเขาเต็มแรง
“ไปเถอะเอก ถ้าไม่ไป ฉันจะไม่มีทางช่วยนายได้อีก!”
เสียงปืนจากหน้าตลาดดังขึ้น เขาวิ่งฝ่าความมืดไปตามที่เธอบอก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนอยู่บนตัวเธอ
ขณะที่เขาแอบผ่านแนวชายแดนสำเร็จ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น
เป็นข้อความสั้นจากเบอร์ที่เขาไม่รู้จัก
“ขอบคุณสำหรับคืนเดียวที่ทำให้ฉันรู้ว่าความเป็นมนุษย์ยังอยู่เหนือประเทศชาติ — โสภา”
เอกหอบหายใจพิงต้นไม้ เสียงวอร์และไฟฉายยังห่างออกไป เขายิ้มจาง ๆ
และรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาจะจำเธอ